|
บึก-กาฬสินธุ์
|
 |
« เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 09:11:43 PM » |
|
คงไม่สายเกินไป หากจะส่ง ข้อความนี้ให้ทุกๆคนได้อ่าน อยากให้ทุกคนได้อ่านและตระหนักถึงความสำคัญของ “ เธอ ”
อ่านแล้วอย่าร้องไห้เหมือนเรานะ... ความรู้สึกของน้องคนหนึ่ง ที่บรรยายออกมาจากใจ
ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผมซึ่ง ทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน .
" จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวหรือยัง " " กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกิน ตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย " " รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง " " ตัวเอง วางก่อนดิ ก่อนดิ "
ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทรผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึก ไปกับการคุยโทรศัพท์ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้นพอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลาย ชั่วโมงแล้ว แต่ ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้า ก็ทำกัน
เอ้อ!!! เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน
" ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง " " เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย " " วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง " " อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกล นะ "
โธ่!!! คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง จนกระทั่งวันนั้น ......
" ตัวเองตอบเค้าได้รึ ยังว่ารักเค้ามั้ย " " เร็วๆสิ เค้ายังอุตส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ " " แล้วยังจะใจร้ายไม่ บอกรักเค้าอีกหรอ "
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน ....
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้น ชื่อว่า 'Home'
" โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย "
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คง เป็นประโยคเดิมๆ
" และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่ "
หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืนและได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้องแม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบ ศพแม่นั้นใน มือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้ง ตำรวจหรือ เรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา ผมสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบ แก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับ แฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผมผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่ คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิตผู้หญิงคนเดียวที่ผม สามารถ ที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลาโดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผม เพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ คนเดียวในโลก ที่ ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม และ คนเดียวในโลก ที่ เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต ในบางครั้งประโยคที่ว่า " ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว " มันก็ไม่เป็นความจริง เพราะบางปรากฏการณ์ ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว อาจ เป็นเพราะเวรกรรมของผม หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับ เธอวันหลายๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผล การกระทำของเราเอง
" เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป "
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว " ในเมื่อเรามีความ รักอันเต็มเปี่ยมจากครอบครัว แล้วทำไมต้องไปขอเศษเสี้ยวจากใคร "
ถ้าอ่าน แล้วถูกใจก็ส่งต่อให้ใครซักคนที่คุณรักและเป็นห่วงเขา หรือเก็บไว้อ่านตอนคิดถึงแม่ก็ไม่ว่า เรามาทำสิ่งดีๆให้คนที่มีพระคุณกับเราดีกว่าโดยการกลับไปดูแลพูดคุยทำให้ ท่านคลายความเหงาความเดียวดาย ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดไป
|